วิกฤติคนไข้ พุ่งสองหมื่นรายวัน

จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19  ที่มีการระบาดอย่างร้ายแรงยอดผู้ติดเชื้อนั้นเพิ่มขึ้นสูงไม่ต่ำกว่า 20,000 คนต่อวัน  เรียกได้ว่าเป็น วิกฤติคนไข้ โควิดที่น่าเป็นห่วงของประเทศไทยเป็นอย่างมาก แต่ยังมีข้อสงสัยกันอยู่สำหรับบางคนว่าทำไมอยู่ดีๆประเทศไทยถึงมียอดการติดเชื้อโควิดพุ่งขึ้นสูงมากขนาดนี้ ทั้งที่จำนวนผู้ที่ฉีดวัคซีนก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นแล้วแต่ก็ยังมีปัญหาผู้ป่วยติดโควิดเป็นจำนวนมาก และบางส่วนนั้นก็ยังไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้เนื่องจากมีเตียงไม่พอรองรับผู้ป่วย ไม่ว่าจะพยายามแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มโรงพยาบาลสนามเพื่อเพิ่มจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยให้มากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังมีผู้ป่วยที่ยังคงรอเตียงอยู่ที่บ้าน วันนี้เราจะพามาวิเคราะห์กันว่าทำไมประเทศไทยถึงยังอยู่ในสถานการณ์แบบนี้อยู่ ทั้งที่เมื่อปีพ.ศ.2563  หรือเมื่อปีที่แล้ว  ไทยนั้นยังมีการฟื้นตัวจากโควิดได้ดีติดอันดับโลกจนร้านอาหารและสถานประกอบการต่างๆกลับมาฟื้นตัวและกลับมาเปิดได้ตามปกติในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ตั้งแต่หลังปีใหม่ปีพ.ศ.2564  เป็นต้นมาจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดก็ค่อยๆเพิ่มสูงมากขึ้นรายวันเกิดขึ้นจากอะไร

วิกฤติคนไข้ จากการประเมินสถานการณ์ที่ผิดพลาด

จากในตอนแรกดังที่กล่าวนั้นประเทศไทยมียอดการฟื้นตัวจากสภาวะสถานการณ์โรคระบาดโควิดเรียกว่ามีการฟื้นตัวดีติดอันดับโลก และเคยก้าวขึ้นสู่ประเทศที่มีการฟื้นตัวอันดับหนึ่งในเดือนสิงหาคมพ.ศ.2563 โดยมีจำนวนยอดผู้ติดเชื้อและยอดผู้เสียชีวิตนั้นอยู่ในระดับที่ต่ำมากและยังมีความพร้อมในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบสาธารณสุขหรือความเพียบพร้อมในเรื่องของอาสาสมัครและบุคลากรทางการแพทย์ แต่ในปีพ.ศ.2564  นั้นต่างออกไป จะเรียกว่าเป็นช่วงหนึ่งที่ไทยเกิดชะล่าใจจนมาตรการในการป้องกันตัวเองต่ำลงก็มีส่วน และไทยนั้นมีการประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงสำหรับโอกาสในการแพร่กระจายเชื้อไวรัสต่ำเกินไป จึงทำให้ยอดผู้ติดเชื้อจากเดิมปรับมากเพิ่มขึ้นหลายสิบเท่าไม่รวมถึงการวางแผนเรื่องการนำเข้าวัคซีนที่ผิดพลาด จึงทำให้คนไทยมีโอกาสเข้าถึงวัคซีนได้น้อยมากในระยะแรกจนเป็นเหตุทำให้มีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นมีคนตายรายวันเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้สายพันธุ์ของโควิดนั้นก็มีการกลายพันธุ์จากเดิม ทำให้จากที่รุนแรงอยู่แล้วก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นไปอีก เมื่อมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นและโรคก็ร้ายแรงขึ้น จนในที่สุดมีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมากเกินกว่าจำนวนบุคลากรกรทางการแพทย์และอาสาสมัคร จึงทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทันเวลาในบางเคส

ตัวอย่างจากประเทศที่ฟื้นตัวเร็ว

ประเทศที่มีการฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิดเร็วที่สุดในตอนนี้ก็คือประเทศจีน จากประเทศที่มีการติดเชื้อในประเทศลำดับแรกๆและมีการแพร่ระบาดของโรคที่ค่อนข้างรุนแรง แต่ในปีนี้จีนมีการฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีอัตราการฉีดวัคซีนให้กับประชากรมากที่สุดในโลก โดยฉีดไปแล้วเกิน 50% ของจำนวนประชากร  จำนวนวัคซีนที่ฉีดไปแล้วนั้นมากกว่าหนึ่งพันห้าร้อยล้านโดส และมีการควบคุมสำหรับผู้ที่ติดเชื้อได้อย่างดีเยี่ยม จึงทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์โควิดได้แล้วในขณะนี้ โดยจีนยกเลิกการใส่หน้ากากอนามัยมาประมาณสองเดือนแล้วโดยยังไม่มีวี่แววว่าจะมีการแพร่กระจายของเชื้อละลอกใหม่ด้วย แม้ว่าวัคซีนจากจีนนั้นหลายคนอาจจะบอกว่าประสิทธิภาพไม่ดีเทียบเท่ากับทางฝั่งตะวันตก แต่การที่จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงและสามารถควบคุมเอาไว้ได้ดังเช่นในปัจจุบัน เป็นตัวอย่างให้เราเห็นถึงระบบการจัดการภายในที่ดี ทั้งเรื่องของการรักษาการดูแลควบคุมและการป้องกัน ซึ่งเราก็ได้แต่หวังต่อไปว่าประเทศไทยน่าจะมีการควบคุมจัดการดูแลที่ดีกว่านี้ เพื่อที่ประเทศไทยจะกลับมาเปิดประเทศและมีสถานการณ์เป็นปกติได้อย่างเร็ววัน